"บลจ.วรรณ" กางสูตรจัดพอร์ต เน้น "หุ้นเอเชีย" สู้ศึกรับมือความผันผวน
"บลจ.วรรณ" กางสูตรจัดพอร์ต เน้น "หุ้นเอเชีย" สู้ศึกรับมือความผันผวน มองสงครามหากจบไว หุ้นไทยลุ้นพุ่ง 1,600 จุด
นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนวรรณ จำกัด กล่าวภายหลังเปิดงาน ONEAM INVESTMENT FORUM 2026 : Unlock the Unknowns ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก หากความขัดแย้งยืดเยื้อย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัจจุบันประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่ กรณีความขัดแย้งจบเร็ว กรณียืดเยื้อ และกรณีมีการเจรจา
โดยระบุว่า หากสถานการณ์คลี่คลายเร็ว ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวแรง โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจกลับไปทดสอบระดับ 1,600 จุดได้อีกครั้ง แต่หากยืดเยื้อจะเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากจะสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนทางทหารจำนวนมาก
การเจรจา ฉากทัศน์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม มองว่าฉากทัศน์ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ การเจรจา เนื่องจากหากสงครามยืดเยื้อจะสร้างต้นทุนสูง และมีความเสี่ยงซ้ำรอยความขัดแย้งในอดีตที่กินเวลานาน แต่จะเจรจานานกันเท่าไหร่นั้น ประเมินว่าไม่ควรเกิน 3 เดือน เพราะหากยืดเยื้อเกินช่วงดังกล่าวอาจเข้าสู่รูปแบบสงคราม คล้ายกับหลายความขัดแย้งในอดีต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า ในช่วง 2–3 เดือนนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มผันผวน โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 1,300–1,400 จุด แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายหรือยุติลง
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ยังต้องติดตาม นายพจน์ ระบุว่า คือ ราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยโลก หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและกดดันนโยบายการเงิน
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง เงินทุนมักไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าบางส่วน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อภาคการส่งออกของไทย โดยประเมินค่าเงินบาทที่เหมาะสมอยู่ในกรอบ 32–33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เน้น "หุ้นเอเชีย"
ด้านกลยุทธ์ที่อยากแนะนำการลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน นายพจน์ แนะนำว่า ให้กระจายพอร์ต โดยถือ หุ้นประมาณ 50% แบ่งเป็นหุ้นไทย 10% หุ้นโลก 10% และหุ้นเอเชีย 20% ซึ่งมองว่ากระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่เอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะเอเชียเหนือ เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
ขณะที่อีกส่วน ควรลงทุนใน ตราสารหนี้ประมาณ 20% เพื่อรักษาสภาพคล่อง และอีก 20–25% ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Life Settlement และกองทุน Litigation Finance เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
แนวโน้มราคาทองคำในปี 2569
ส่วนแนวโน้มราคาทองคำในปี 2569 มองว่ายังมีทิศทางขาขึ้นในระยะยาว แม้ช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นแรงแล้ว โดยมีโอกาสปรับขึ้นไปแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้ในอนาคต แม้อาจใช้เวลาเนื่องจากราคาปรับขึ้นมามากกว่า 100% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ มองว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสได้ประโยชน์ในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน คือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเลียม โดยเฉพาะธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม หากไม่นับปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลกยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดการลงทุนยังมีโอกาสฟื้นตัวได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB